ทำไมชนะเบิร์นลี่ย์ ยากกว่าอาร์เซน่อล ?

ข้างหลังบุกหักปลายกระบอกปืนได้ถึงเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เด็กหงส์เหมาะถูกให้อภัยโทษฐานที่ยกระดับความฮึกเหิมโดยพลการก่อนเยือนกลุ่มสมาชิกใหม่อย่างเบิร์นลี่ย์

คนไม่ใช่น้อยไม่ได้เตรียมความพร้อมเผื่อหัวใจให้กับผลสรุปอื่น นอกไปจากสามแต้มแล้วก็ความมีชัยนัดหมายลำดับที่สองต่อเนื่องกัน

การขาด ซาดิโอ มาเน่ ที่โชว์ฟอร์มเด่นมากในนัดหมายออกสตาร์ตฤดู อาจลดทอนความวูบวาบฉับไวในแนวรุกไปบ้างตามสมควร แม้กระนั้นมันไม่ใช่คำกล่าวอ้างถ้าลิเวอร์พูล จะไม่อาจจะบุกชนะกลุ่มที่พวกเขาเช็กบิลได้ตลอดการเจอกันในพรีเมียร์ลีก แล้วก็ที่สำคัญเป็นไม่เคยเสียประตูให้แม้แต่ลูก

แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมาลงในสนาม แม้กระนั้นบทบาทหาใช่ศูนย์หน้าตัวเป้าอย่างที่คนไหนคาด พบร์เก้น คล็อปป์ ยังวางใจ โรกางร์โต้ ฟีร์มิโน่ ให้ปฏิบัติภารกิจเดิม ส่วนกองหน้าชาติอังกฤษ ถูกขยับมาเล่นด้านข้างแทนที่ของมาเน่

ในแผงข้างหลัง คล็อปป์ ถอดสลักระเบิดที่พร้อมบึ้มสละชีพตัวเองได้ทุกเวลาอย่าง อัลกางร์โต้ โมเรโน่ ออกไปนั่งสำรอง แล้วก็ส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ที่ดูจะเล่นได้แน่ๆกว่า ลงแทนแบ็กซ้าย

ทั้งหมดเป็นเพียงแค่สองตำแหน่งที่ลิเวอร์พูล แปรไปจากครั้งแรก แล้วก็ด้วยความจัดจ้านรุนแรงของแนวรุกที่พึ่งจะกะซวกหลังบ้านอาร์เซน่อลได้ถึง 4 เม็ด ถึงแม้ว่าจะแฟนเบิร์นลี่ย์เองก็เถิดอาจยากมั่นใจว่ากลุ่มของพวกเขาจะยับยั้งได้อยู่

แต่ เว้นแต่นักดนตรีรรมอมตะอย่างฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ เด็กหงส์ยังมีนิยามให้กับกลุ่มตัวเองว่า ''The Most consistently inconsistent team''

กลุ่มที่กล่าวโทษแน่ๆ สม่ำเสมอได้ยากที่สุดในสามโลก

มองในด้านบวก ความแพ้พ่ายตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่นต่อกลุ่มชนชั้นระดับเบิร์นลี่ย์ นับว่าเป็น reality check เป็นกระจกให้คล็อป์ ส่องเห็นเรื่องจริงที่ยังจำต้องรีบแก้ไขปรับปรุง

เฉพาะอย่างยิ่ง ในหนึ่งฤดูที่คุณจำต้องเล่นกับกลุ่มโดยประมาณนี้ เล่นสไตล์นี้ บ่อยกว่าการพบคู่ต่อสู้เกรดเดียวกับอาร์เซน่อล

คุณไม่อาจจะชนะกลุ่มใหญ่ แต่กลับเสียแต้มขจัดขจายให้กลุ่มขนาดเล็ก แล้วยังมีสิทธิ์มุ่งมาดถึงแชมป์ หรือแม้แต่การจบท็อปโฟร์

เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับผม ความเสื่อมโทรมจากการแพ้เบิร์นลี่ย์ มีเพียงแค่การเลิกได้สามแต้ม แม้กระนั้นพบร์เก้น คล็อปป์ จะได้บทเรียนที่ล้ำค่ากลับไปทบทวน (อีกที)

ถามคำถามว่าการเอาชนะเบิร์นลี่ย์ เป็นงานที่ยากกว่าอาร์เซน่อล หรืออย่างไร ลิเวอร์พูล ถึงจนปัญญา แม้แต่ไม่อาจจะทวงประตูตีไข่แตก

เพศผู้เล่นแทบจะชุดเดียวกัน เปลี่ยนแปลงเพียงแค่สองจุดอย่างที่บอก มันไม่น่าส่งผล หรือถึงแม้ว่าจะ ซาดิโอ มาเน่ เล่นได้ มันก็ไม่มีหลักประกันว่าลิเวอร์พูล จะรอดจากความแพ้พ่าย

แม้กระนั้นตัวแปรสำคัญที่สร้างความแตกต่างเป็นสไตล์ แบบอย่างกระบวนการเล่นของคู่ต่อสู้ที่ต่างกัน

กับอาร์เซน่อล ทุกคนเห็นภาพว่าเกมจำต้องเปิด ยิ่งเล่นที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ยิ่งไม่มีวันที่อาร์แซน เวนเกอร์ จะคิดแผนมาตั้งรับ แม้แต่ภายหลัง ธีโอ วัลค็อตต์ ซัดขึ้นนำ 1-0 นักเตะเจ้าถิ่นก็ยังคงเดินหน้าไล่ล่าหาประตูลำดับที่สอง

แม้กระนั้นกับเบิร์นลี่ย์ มันกลายเป็นสถานการณ์ที่ผิดแผกอย่างสุดขีด ลิเวอร์พูล เหมือนวิ่งเอาหัวกระแทกกำแพงตลอด 80 กว่านาทีนับจากที่โดนนำเร็วตั้งแต่ช่วงต้นเกม

กระบวนการทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ตามหลังเร็ว คือปัญหาสำคัญที่ลิเวอร์พูล จึงควรหลบหลีกให้ได้ในอีกหลายๆแมตช์ที่เหลือ

น่าเชื่อถือเลยว่ากลุ่มใหญ่ระดับหัวตารางทั้งหลายแหล่ จะย้ำกฎนี้เป็นข้อแรก

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด หลบหลีกความสุ่มเสี่ยงในแมตช์แรกที่ไปเยือนบอร์นมัธ ต้นเกมมองน่าอึดอัด แม้กระนั้นตราบเท่าที่ไม่เสียประตู ความมีชัยยังอยู่ในมือ

จนกระทั่ง ฆวน มาต้า มาปลดล็อกในช่วงท้ายครึ่งแรก หลังจากนั้นทุกๆอย่างก็ง่ายมาก

ทุกครั้งมทราบดีว่าการมาเยือนกลุ่มอย่างเบิร์นลี่ย์ หรือบอร์นมัธ แล้วก็เมื่อใดที่เสียท่าเสียประตูไปก่อน คุณกำลังกล่าวโทษเดือดร้อนป้อนตัวเอง

กฎข้อแรกของการเยือนกลุ่มเกรดโดยประมาณนี้ เป็นห้ามโดนนำโดยเด็ดขาด

ทายใจว่า พบร์เก้น คล็อปป์ ก็คงจะพอเพียงรู้ เพราะว่าประสบการณ์จากฤดูก่อนก็คงจะยังตามหลอกหลอน ไม่ว่าเกมบุกแพ้วัตฟอร์ด 0-3 ภายหลังเสียเร็วตั้งแต่สามนาทีแรก

หรือการโดนเวสต์แฮม แออัดย้ำโกรธแค้น 2-0 โดยที่ประตูนำร่องมาภายใน 10 นาที

คล็อปป์ บางทีอาจจะหลาบจำ แม้กระนั้นตัวแปรเหนือการควบคุมของเขาเป็นข้อผิดพลาดส่วนตัวแบบกล้วยๆ

จากครั้งแรกเป็น อัลกางร์โต้ โมเรโน่ ที่เล่นพลาดจนทำเสียประตู แล้วก็อีกจังหวะที่เสียประตู มาโอกาสนี้แม้แบ็กซ้ายชาวประเทศสเปนจะโดนดร็อป แม้กระนั้นแบ็กขวาอย่าง เนธาเนียล ไคลน์ กลับเล่นเหมือนโดนวิญญาณโมเรโน่ สิง ด้วยการเปิดบอลเข้ากึ่งกลางแล้วโดนตัด จนไปสู่ลูกยิงของแซม โวคส์

นี่เป็นสิ่งที่กลุ่มใหญ่จำต้องมานะหลบหลีก แม้กระนั้นหลายครั้ง ลิเวอร์พูลมักจมอยู่ในวังวนเดิมๆของตนเอง

ต่อจากนั้น เบิร์นลี่ย์ ที่เปิดเกมด้วยการชิงเพรสส์ข้างบน บีบคั้นสำเร็จจนกระทั่งได้ประตูนำ ก็ถอยร่นลงมารับแบบเต็มพิกัดในเขตโทษของตนเอง บีบพื้นที่ด้านหลังไม่ให้บอลตามช่องของลิเวอร์พูล ได้ปฏิบัติงาน

นักเตะกลุ่มเยือนได้แม้กระนั้นเคาะรับส่งบอลไปมาหน้าเขตโทษ แม้กระนั้นเรื่องจะเจาะกำแพงแบ็กโฟร์ 2 แนวแทบเป็นไปไม่ได้

ยิ่งเบิร์นลี่ย์ มาได้ลูกลำดับที่สองจากเกมสวนกลับ เท่ากับพวกเขายิ่งเล่นง่าย แผนของคล็อปป์ ที่เลือกมิลเนอร์ ลงแบ็กซ้ายแทนโมเรโน่ กลายเป็นการปองร้ายตัวเอง เพราะว่านาทีนั้น ลิเวอร์พูล ต้องการเกมรุกมากกว่าห่วงเกมรับ

ด้วยความสามารถเท้าขวา หลายครั้งที่มิลเนอร์ จำต้องพาบอลจากซ้ายตัดเข้าในเพื่อเปิดบอล แล้วก็แม้แต่ความพากเพียรฝืนเปิดด้วยอีซ้าย แม้กระนั้นความสามารถก็ต่ำเตี่ยเรี่ยดิน

เบิร์นลี่ย์ รู้ข้อบกพร่องนี้ของลิเวอร์พูล พวกเขาเลือกบีบแนวรับให้ยืนแคบ ปลดปล่อยพื้นที่เปิดโล่งเตียนทางฝั่งมิลเนอร์ เพราะว่ารู้ว่าถึงจะอย่างไร นักเตะก็จำต้องเอาบอลกลับเข้ากึ่งกลางอยู่ดี

คล็อปป์ ตอกย้ำซ้ำเติมปัญหานี้ให้หนักขึ้นด้วยการขยับสลับตัวช้าเหลือเกินมาก กว่าจะส่ง โมเรโน่ ลงมาแทนมิลเนอร์ ก็ปาไปเมื่อเหลือเวลาเพียง 13 นาที

แล้วก็นอกเหนือจากนี้ คล็อปป์ รอถึงนาทีที่ 65 ค่อยสลับตัวคนแรก ทั้งๆที่ลิเวอร์พูล ไม่มีท่าทางก่อนหน้านั้นว่าจะเอาประตูได้

ดิว็อก โอริกี้ จัดแจงรอลงในสนาม ผมมุ่งมาดเห็นการเปิดเกมรุกแบบสุดแรงด้วยหมากหน้าคู่ เพื่อบีบคั้นเซนเตอร์แบ็กของเบิร์นลี่ย์ ที่แทบจะยืนตบยุงมาทั้งเกม

แม้กระนั้นเปล่าเลย คล็อปป์ ส่งโอริกี้ ลงมาแทนสเตอร์ริดจ์ มันน่าแปลกใจเพราะว่ารูปเกมประจานอยู่ในตัวเองแล้วว่าลิเวอร์พูล ไม่ได้เพียงแค่ต้องการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นแบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง

พวกเขาจำเป็นถึงขั้นจำต้องเปลี่ยนแปลงระบบ เปลี่ยนแปลงแนวทางเข้าทำ

ใครบางคนให้ความเห็นว่าถ้า คริสติยอง เบนเตเก้ ยังผิดขาย อาจมีผลดีกับกลุ่มในสถานการณ์แบบนี้ แม้กระนั้นผมกลับเฉยๆ

ข้อแรกเป็นเขาจะไม่มีส่วนร่วมแม้แต่เดินทางมา

แล้วก็สอง ถึงแม้ว่าจะเบนเตเก้ ยืนค้ำหัวโด่ เขาก็จะอยู่ในวงล้อมของกองข้างหลังอย่างเบน มี กับไมเคิ่ล คีน แบบสองรุมหนึ่งไม่ได้กระดิก

สุดท้ายเมื่อลิเวอร์พูล เจาะไม่เข้า ก็ได้แม้กระนั้นหวังลูกยิงไกลของคูตินโญ่ ที่บังเอิญว่ามันไม่ใช่วันของพ่อมดแซมบ้า

ทดลองซัดถึง 8 ครั้งจากนอกเขตโทษ แม้กระนั้นเข้ากรอบเแค่ครั้งเดียว

ส่วนดินแดนกึ่งกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ''เฮียแปะ'' จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไม่มีส่วนอะไรเลยกับโอกาสถึง 26 ครั้งในเกมนี้ของลิเวอร์พูล

กลุ่มจึงควรใช้บอลแถวสอง จากลูกยิงไกลให้เป็นประโยชน์ แม้กระนั้นมันไม่ใช่คุณลักษณะที่โดดเด่นของเฮนโด้ หรือตัวหลักก่อนหน้าเขาอย่าง ลูคัส เลว่า

คนที่ทำเป็นดีมากกว่า อย่างต่ำ ''หัวใจ'' ก็กล้ายิงอย่าง เอ็มเร่ เฉลียง กลับไม่ได้รับโอกาส

เป็นเกมที่ผมสงสัยหลายอย่างในการตัดสินใจของคล็อปป์

ปัญหาว่าชนะกลุ่มอย่างเบิร์นลี่ย์ ยากขนาดไหน ยังไม่น่าสงสัยเท่ากับว่าเมื่อใดลิเวอร์พูล จะเอาชนะตัวเอง…

ม้าลายเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี

ยูเวนตุสเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก เจ๊ นายใหญ่ของเดอะกันเนอร์ที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ ซิเมโอเน่ ซิเมโอเน่ ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ