ลุ้นกันไปกับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มรุนแรงในปี 2017 จริงๆ
ความมีชัยต่อวัตฟอร์ด ปัจจุบัน 4-0 ช่วงค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างต่ำลงเหลือ4 ปล่อยให้เชลซีบีบคั้นนิดเดียวเวลาดึก เมื่อต้องเยือนบอร์นมัธ
ความมีชัยปัจจุบันคือแต้มที่ 32 จากความมีชัย 10 เสมอ 2 แพ้ 1 นับจากเดือนมกราคมเป็นต้นมาแล้วก็ตารางอันดับของพวกเขาคือผู้นำฝูงในเดี๋ยวนี้…ว่ากันอย่างนั้นได้คำถามคือว่า…แล้วมันจะทันมั้ยครับเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีความหวังอยู่…แต่ในสนามบอลเมื่อมองไปยังเชลซี นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาแทบจะไม่พลาดในการเก็บความมีชัย ที่สำคัญอย่าว่าแต่ว่าแพ้เลยครับหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยผลงานของพวกเขาโดยมากคือชนะ เกมปัจจุบันก็ด้วยเหมือนกันนี่คือเกมลำดับที่สามภายหลังแพ้คริสตัล พาเลส คาบ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดหมายทำเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จุดหนึ่งที่เชลซีพอเพียงมีปัญหาให้เราเห็นคือระยะหลังเสียประตูบ่อยครั้งนะครับ
อันนี้ต้องดูว่า 7 นัดหมายสุดท้าย อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับทีมเช่นไรเพื่อลดการเสียประตู และลดความกดดันของทีมลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือแล้วก็เป็น title to loseทุกอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งหมดทั้งปวง ด้วยเหตุผลดังกล่าวทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีบทบาทชนะไปเรื่อยๆเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลาบปลื้มคือผลงานของทีมที่เกิดขึ้นในขณะที่ทีมชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บแล้วก็ฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนกระทั่งกองหน้า มันดีมาก
คู่ฟูลหามเกมปัจจุบันเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กลางเป็น เอริก ดายเออร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งพิงหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง แล้วก็ช่วงที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มสม่ำเสมอ
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ปัจจุบัน 11 ครั้งติดต่อกันแล้วที่ชนะ เคยทำเป็นดีที่สุด 14 นัดหมายเมื่อปี 1987 ในยุคของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการทีม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" ต้องจำได้เป็นอย่างดี เพราะว่าสเปอร์สคือทีมที่มีทั้งผจก. แล้วก็นักฟุตบอลตัวทอปของแวดวงมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่นับได้ว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกเคียงคู่กับ เบื่อ รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้าทีมชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักฟุตบอลเบลเยี่ยมในทีมคนใดจำได้บ้าง…..
ลองคิดดูว่าตัวทอป ตัวบิดาของแวดวงฟุตบอลมารวมตัวกันในทีมสเปอร์ส เพียงแค่ขาดเพียงแค่แชมป์ลีกเท่านั้น เพราะว่าไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนก็เลยตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลแล้วก็เชลซี ในเวลานี้….มันสมควรถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาทองของสเปอร์ส ซะหน
ในยุคของ เมาริสิโอ โปเชตติโนแฟนสเปอร์ส พอเพียงจะมีเป้าหมายถึงแชมป์ได้ครับ มันไม่ใช่เรื่องไกลเหลือเกิน ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ สิตี้ คว้าแชมป์มหัศจรรย์ ของลีกไปครอบครองด้วยเหมือนกันครับ…การพัฒนาทีมไก่กระทงของ พอเพียงช มันมีความก้าวหน้า
นักฟุตบอลชุดนี้เล่นเข้าขากันได้ดิบได้ดี ขาดเพียงแค่บางนัดหมาย บางเกม ที่ต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก มันมีเพียงแค่บางนัดหมายที่พวกเขาหลุด กระทั่งทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่ผ่านมา แล้วก็ปีนี้ ขาดช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเลิกล้มความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดหมายที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดหมายปัจจุบัน โปเชตติโน จัดทีมตามแทกติก แล้วก็ "แนวความคิด" ของเขาแจ่มกระจ่างเมื่อพินิจพิจารณาฟอร์มคู่ปรปักษ์อย่างวัตฟอร์ด ที่มาเน้นรับแน่นอนๆไม่เสียประตูมาสองเกมติดต่อกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี คงไม่มีแผนอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว วินเซนต์ แยนเซน ก็เลยต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่คงยืนออกันหน้าจุดโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่ช่วยเหลือ แยนเซนหมายถึงคริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี แล้วก็ ชอน เฮือง มิน จะคอยช่วยทำเกมดินแดนสุดท้าย
แยนเซน บางทีอาจจะถูกเสียดสีว่า…กองหน้าไร้สกอร์ เพราะว่าพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดโทษด้วย แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แต่คงไม่ช่วยอะไรถ้าไม่สามารถปรับตัวเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าสงสาร…เมื่อเขามาร่วมทีมเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่รุนแรงอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ค้ำ อาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่โจมตี หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้าเกิดดูจากเกมที่เกิดขึ้น เพราะว่าเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะกลับบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลาที่ตรงนั้นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน ได้โอกาส 3 ครั้งที่น่าจะมีรายนามเป็นผู้ทำประตู แต่เขาก็พลาดไปหมด …คือไม่มีคำแก้ตัว ศูนย์หน้า ต้องยิงประตู จะสร้างจังหวะ หาจังหวะ อะไรก็ตาม หรือสามารถประสานงานกันเพื่อนๆได้ดิบได้ดี
นี่เป็นปัญหาของ แยนเซน แต่สำหรับเกมนี้เขาคือแผนของ โปเชตติโน แล้วก็เขาสบโอกาสนั้น เขาต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แต่เขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน บางทีอาจจะทิ้งจังหวะทองไป…แต่แนวความคิดของ พอเพียงช เวิร์ค ในมุมลำดับที่สามตัวรุกด้านหลัง แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ได้ค่อนข้างจะดี สลับหมุนเวียนกันวิ่งไปๆมาๆหน้าจุดโทษวัตฟอร์ต กระทั่งได้โอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีงดงามอย่างยิ่ง
รับบอลจาก ชอน เฮือง มิน หน้าจุดโทษ แล้วปั่นโค้งแทงสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นแล้วก็สเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนจะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ดายเออร์ แล้วก็ปิดด้วย ชอน เฮือง มิน นอกจุดโทษอีก
แผนของ พอเพียงช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนติดเส้น 18 หลา ดินแดนกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้อง คอยดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ สบโอกาสเล่นกับบอลมากมาย
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เพราะว่า แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวประตูจากนอกจุดโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกยืนยันกลยุทธ์ณ์ของ โปเชตติโน หมดแล้ว ลูก 4 แล้วก็การลงสู่สนามของ แฮร์รี เคน คือของฟรีว่าสมรรถนะของสเปอร์ส เวลานี้ โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีตัวแทน แปลงแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักฟุตบอลบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือทำให้เกิดผลกระทบต่อเกมการเล่น โชคร้ายเพียงแค่ว่า…พวกเขาชอบหลุดในขณะเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจักจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
ถ้าเกิดดูจากผลงานตั้งแต่ทีแรกๆของซีซั่น 6-7 ครั้งแรกยังตามผู้นำฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แต่ผ่านถึงนัดหมายที่ 12 เชลซี ขึ้นครอบครองผู้นำฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 แล้วก็มีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม โน่นคือใกล้เชลซีที่สุดจนกระทั่งช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแต่ภายหลังเชลซีบุกเฉือนบอร์นมัธ นิ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มดังเดิม

ถ้าเกิดจะมีอะไรบกพร่องเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกครับ ผมว่าลุ้นอย่างนั้นยากเกินแล้วก็มหัศจรรย์เหลือเกินถ้าเชลซีจะแพ้คนใด 3 นัดหมายใน 7 นัดหมายสุดท้าย เอาเพียงแค่เสมอสักสามนัดหมาย ผมว่ายังง่ายยิ่งกว่าแล้วก็มีทางเป็นไปได้
ผลเสมอสามนัดหมายอาจซวดเซต่อตำแหน่งผู้นำฝูงแน่ๆ เพราะว่ามันจะหายไป 6 แต้ม แต่ขณะดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ไม่รู้ล่ะช่วงไหน สเปอร์สต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไหร่ ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดหมายผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากยิ่งกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดหมายละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายยิ่งกว่า แล้วก็จังหวะจะเปิดกว้างกว่านี้ แต่เมื่อห่างกัน 7 แม้ดูยากแต่ยังคงมีความหวังอยู่นะครับ ไม่ได้ไกลซะทีเดียว ขั้นต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนคือชนะในเกมถัดไป อย่างน้อยที่สุดในยุคของ เมาริสิโอ โปเชตติโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ สิสเตอร์ได้มากยิ่งกว่าแฟนปืนแชมป์หรือเปล่าอีกเรื่องหนึ่ง…แต่ณ จุดนี้มันคือความก้าวหน้าครับ
สเปอร์ส ซื้อนักฟุตบอลเสริมทีมจริงแต่ไม่ทุ่มทุนบ้าระห่ำเสมือนทีมใหญ่ พวกเขาได้ส่วนประกอบที่ลงตัว ผู้ฝึกสอนก็ชายหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเพิ่มเติมการบรรลุผลให้เป็นรูปธรรม จากทางที่เดินมาถูกแล้ว
ตอนต้นซีซั่นไปขายหน้าเสมอง่าย และไม่เก็บความมีชัยสม่ำเสมอ ทำให้การลุ้นแชมป์ก็เลยขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดหมายสุดท้าย ก็ต้องลุ้นถัดไปครับ

บิ๊กแมตช์ หงส์แดง vs สเปอร์ส

บิ๊กแมตช์คงสุดสัปดาห์นี้…คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการแย่งชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้แรงกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่ๆครับ…ในทางทฤษฏีพวกเราสามารถอ้างได้ว่าสองกลุ่มนี้ยังมีความหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลรวมทั้งงานข่าว เชื่อมั่นได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เรียบร้อยแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดหมายและก็นัดหมายปัจจุบันด้วย…แต่เชื่อเถอะว่า จนถึงแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกถอดใจกับทั้งช่องว่างที่ห่างรวมทั้งฟอร์มของเชลซี "จ่าฝูง" ที่ยังสม่ำเสมอ ไม่เพลี่ยงพล้ำอะไรกล้วยๆ
มีแต่สิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าหาแชมป์ขึ้นทุกอาทิตย์
โอเคครับ…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แย่งสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามว่าคนใดกันหนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง อาจจะหนักในแง่ว่าก่อนลงสนามพวกเขามีโอกาสร่วงไปอยู่อันดับ 6 เพราะเหตุว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 6 จี๋มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงสนามก่อนเจอกับวัตฟอร์ด ถ้าเก็บสามแต้มได้ ซึ่งมั่นใจว่าโอกาสเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"อสุรกายแดง" จะแซงขึ้นอันดับ 5 หรือดียิ่งกว่านั้นคืออันดับสี่ถ้าเกิดอาร์เซนอลในช่วงหัวค่ำดันแพ้ฮัลล์ ซิตี้ ติดอยู่บ้าน
ถึงจุดนี้บอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาได้เสมอกัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีผู้ใดเหนือกว่าด้อยกว่าเท่าไรนัก กลุ่มขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมฝ่าเพื่อชัย เพื่อสามคะแนนกับกลุ่มใหญ่ ถ้าไม่เหนือกว่าเท่าไรนัก วางแทกติเตียนกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมด้วยเหมือนกัน
จุดที่กลุ่มขนาดเล็กจะด้อยกว่ากลุ่มใหญ่มีเรื่องเดียวคือ "ความสม่ำเสมอ" อันมีต้นเหตุจากประสิทธิภาพของกลุ่มแนวลึก ที่คงรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆไม่ได้ อันนี้คือความแตกต่าง แต่ถ้าเกิดเทียบเคียงกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ แค่ 90 นาที
ราวกับเกมบอลถ้วย ราวกับเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกติเตียนกอย่างนี้กลุ่มเล็กชนะกลุ่มใหญ่ได้ด้วยเหมือนกัน
แบบอย่างมีให้มองเห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนถึงลิเวอร์พูลที่โดนกลุ่มเล็กท้ายตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่คือบอลสมัยโมเดิร์น ที่ศาสตร์บอลพัฒนากระทั่งสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่ถ้าเกิดจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละครับที่แยกระดับของกลุ่มได้กระจ่าง รวมทั้งพวกเราก็มองเห็นกัน…
คราวนี้เมื่อกลุ่มใหญ่มาเจอกัน… หรือกลุ่มขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่ากลุ่มเล็กมาเจอกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังเจอหน้ากับวิกฤติการณ์ครั้งสำคัญในสมัยของ พบร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาปฏิบัติงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ได้มีความแตกต่างจากสมัย เบรนดัน รอดพบร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…นับจากปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาราวกับเป็นปีชง…ยังไม่ชนะคนใดกันในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ต่อเนื่องกัน และก็ผลงานที่ชั่วร้ายที่สุดนับจากหมดสมัยของ รอดพบร์ส ที่สำคัญแผนการที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (ยกเว้นผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่แรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

พบร คลอปป์กับกลุ่มบริหารเองตั้งเป้าหมายไว้ที่ 4 ตั้งแต่แรก แต่เพียงพอ 13 นัดแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำจ่าฝูงรวมทั้งกระทำตนเป็นกลุ่มที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความมุ่งมาดให้กับแฟนหงส์รวมทั้งสื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรราวนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าเกิดจะถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำลงยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมมีความรู้สึกว่ามันคงไม่ใช่แล้วละครับ เพราะเหตุว่าข้อเท็จจริงๆคือมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ รวมทั้งจุดหมายเดิมคือลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์คือเต็ง 6 ครับผม

ว่ากันตามตรง…อย่างที่พวกเราทราบกัน แมนฯซิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส รวมทั้งลิเวอร์พูล มันถูกคาดเดารวมทั้งจัดเรียงเอาไว้อย่างนี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิม ณ จุดนี้ รวมทั้งการลุ้นทุกข์ยากราวกับที่้คาดหมายกันเอาไว้แต่เดิม รวมทั้งใน 14 นัดหมายที่เหลือมันคือการพิสูจน์ว่าพวกเขาจะเหมาะสี้ไหม รวมทั้งต้องช่วงชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ลำดับแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ถ้างั้น…พบร คลอปป์ จะไขปัญหายังไงในเมื่อเกมรับคือปัญหาใหญ่ของกลุ่มไม่บางทีอาจถูกปรับปรุงแก้ไขหรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เพราะเหตุว่าเมื่อเกมรุกแคบ ทำอะไรคู่ปรับไม่ได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้กลุ่มแพ้ทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปคือ "แทกติเตียนก" เกมรับของคู่ปรับในลีกกว่า 15 กลุ่มที่ไม่เปิดหน้าแลกเปลี่ยน รวมทั้งเกมรุกหงส์แดงหมดปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่หลากหลาย บอลหน้าเดียว แล้วยังไม่ได้เล่นเกมที่ถนัดคือเพรสซิง เพราะเหตุว่าไม่รู้เรื่องจะเพรสอะไร มีแต่ พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองไม่ได้ลอกฝรั่งมา…คือไม่ได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ผ่านบอล หรือเคาะบอลไปมาในสนาม หาทางผ่านเข้าไปไม่ได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกติเตียนกเกมรับ

อย่างที่มองเห็นคือเพียงพอหาทางเข้าจุดโทษไม่ได้ และก็ไม่จบด้วยการยิง แล้วเพียงพอส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เพราะเหตุว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส คุ้มครองปกป้องไม่ได้ ก็โดนลงอาญาทันที ทำให้กลุ่มแพ้ติดๆกันมานับจากปีใหม่

บอส เจเค ถูกตั้งข้อซักถามรวมทั้งมีบางบุคคล แฟนหงส์บางบุคคลครับผม สะเหร่อ บอกไล่ออก รวมทั้งขอเปลี่ยนแปลงโค้ช

แฟนบอลยุคใหม่กลุ่มนี้มักทำให้แฟนหงส์จำนวนมากเสียเชื่อ…อึกทึก จะเปลี่ยนแปลงโค้ช อึกทึก ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรครับ…พวกท่านแก

เกมนี้ไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์อะไรมาก…รวมทั้งพวกเราก็ยังไม่ทราบดีว่าบอสเจเค จะไขปัญหาเกมยอมรับได้ดีขนาดไหน เพราะเหตุว่ามันยังแก้ไม่ได้มาตั้งแต่นัดแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนกระทั่งในตอนนี้ มีลักษณะเด่นก็คือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่กลุ่มที่เน้นย้ำเกมรับ

โน่นบางทีอาจทำให้ เกเก้น เพรสซิง ปฏิบัติงาน…แต่จะสำเร็จหรือไม่เพราะภาวะจิตใจเด็กหงส์ในตอนนี้ห่อเหี่ยวรวมทั้งขาดความมั่นใจไปมากมาย

ช่วงเวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นกลุ่มในกรุ๊ปนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดแค่เกมบางเกมที่พวกเขาควรชนะกลับไม่ชนะ ดันพลาดเสมอ รวมทั้งที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับกลุ่มในกรุ๊ปเดียวกันนั้น…

มีอุปสรรคต่อการเอาชนะด้วยเหมือนกัน

ถ้าเกิดถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่คาดหมายอะไร

บอกตามตรงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้ติดอยู่บ้านได้อีก เพราะเหตุว่าเกมรับทั้งส่วนตัว แบก, เซนเตอร์ รวมทั้งส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เริ่ดเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ๋อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่รู้เรื่อง มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปล่อยบอลลอดขาข้ามเส้นทางเข้าไปหรือไม่

จุดบอบบางมันมากมาย…

ถามว่ากี่เกมแล้วครับที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบขาดเหตุผล ของบอล หรือจากการบุกของคู่ปรับแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ รวมทั้งเพียงพอเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นย้ำบอลช่อง แต่ไม่มีช่องให้เจาะ เพราะเหตุว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน เพียงพอเจาะช่องไม่ได้ ผ่านบอลกันไปมาก็ไม่ได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆได้แก่ครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เพราะเหตุว่ากองหน้่าหงส์ไม่ได้เก่งลูกโหม่ง นานทีปีหน จะโหม่งได้ประตู

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังถูกจับทางได้ รวมทั้งหนทางนี้ใช้ได้ผลแค่ 50% ความมากมายหลายไม่มีเท่าไรนัก ช่วงเวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นกลุ่มที่ก็มีปัญหาไม่ต่างอะไรกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมคิดจะหมดมุขก็ทื่อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายกันเพียงแต่…สเปอร์ส มีดียิ่งกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า ฐานรากตรงนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปล่อยให้เกิดวิกฤติการณ์ราวกับหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าเกิดพลาดจะกลับมาชนะในเกมต่อไปทันที ไม่มีพลาดสม่ำเสมอแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าเกิดเทียบเคียงกันแล้วในเวลานั้น จุดบกพร่องของหงส์แดงที่มาเพิ่มคือ "ขาดความมั่นใจ" ในกลุ่มซะแล้ว แล้วบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ โอกาสผิดพลาดมีสูง โอกาสแพ้มีมาก โอกาสชนะมีน้อยทันที

ดังนั้น…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การแก้ปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง รวมทั้งเกมรุกจะมีไอเดียมากมายขนาดไหน มีอะไรมาเพิ่ม และก็วิธีการเล่น…เล่นด้วยความศรัทธาว่าทำได้หรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงๆซุ่มซ่ามๆกันไป

2 สเปอร์ส เองพบกลุ่มในกรุ๊ปทอป 6 ต้องสอบผ่านให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการปรับแก้อะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ รวมทั้ง แพ้ได้ เสมอกันทั้งหงส์รวมทั้งไก่ ครับ ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เพราะเหตุว่าคู่นี้เสมอกันหมดทุกประการในเกมบอล ณ เวลานี้